<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>18636</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/09/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/09/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;วันที่อยู่อาศัยโลก&#039; World Habbitat Day  สร้างบ้าน สร้างชีวิตใหม่ รูปธรรมจากตำบลคลองหินปูน-บ้านหาดเล็ก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;&amp;nbsp;องค์การสหประชาชาติกำหนดให้วันจันทร์แรกของเดือนตุลาคมของทุกปีเป็น &amp;lsquo;วันที่อยู่อาศัยโลก&amp;rsquo; หรือ &amp;lsquo;World&amp;nbsp; Habbitat Day&amp;rsquo; เริ่มครั้งแรกในปี พ.ศ. 2528&amp;nbsp; มีเป้าหมายเพื่อให้สังคมโลกและรัฐบาลนานาประเทศให้ความสำคั&amp;shy;และหาทางแก้ไขปั&amp;shy;หาการไม่มีที่อยู่อาศัย-ที่อยู่อาศัยไม่มั่นคง&amp;nbsp; หรืออยู่อาศัยในสภาพที่ไม่เหมาะสม&amp;nbsp; รวมถึงปั&amp;shy;หาการพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนยากจนในทุกภูมิภาคของโลก&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;ในประเทศไทย&amp;nbsp; กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์&amp;nbsp; มีหน่วยงานในสังกัดที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาที่อยู่อาศัยของประชาชน&amp;nbsp; คือ&amp;nbsp; สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน)&amp;nbsp; และการเคหะแห่งชาติ&amp;nbsp; โดยสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ หรือ &amp;lsquo;พอช.&amp;rsquo; มีบทบาทในการสนับสนุนให้ชุมชนและผู้ที่เดือดร้อนรวมตัวกันแก้ไขปั&amp;shy;หา&amp;nbsp; ผ่านโครงการต่างๆ ที่ พอช.สนับสนุน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; โครงการบ้านมั่นคงในเมืองและชนบท&amp;nbsp; บ้านพอเพียงชนบท (ซ่อมแซมบ้านเรือนที่ยากจน) การพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลองลาดพร้าว&amp;nbsp; คนไร้บ้าน&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;ขณะที่การเคหะแห่งชาติจัดทำโครงการที่อยู่อาศัยต่างๆ ในลักษณะสำเร็จรูป&amp;nbsp; เพื่อให้ประชาชนเช่า-ซื้อ&amp;nbsp; และผ่อนส่งในระยะยาว&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; แฟลต&amp;nbsp; บ้านเอื้ออาทร&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; กลุ่มเป้าหมายเป็นคนชั้นกลาง&amp;nbsp; ข้าราชการ&amp;nbsp; ประชาชนทั่วไปที่มีความสามารถในการผ่อนชำระ&amp;nbsp; ไม่ต้องรวมตัวกันจัดทำโครงการเหมือนกับ พอช.&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot; style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot; style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(สมชาติ&amp;nbsp; ภาระสุวรรณ)&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;&amp;lsquo;แผนแม่บทที่อยู่อาศัย 20 ปี&amp;rsquo;&amp;nbsp; ตั้งเป้าคนไทยทุกคนมีที่อยู่อาศัยภายในปี 2579&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;สมชาติ&amp;nbsp; ภาระสุวรรณ&amp;nbsp; ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ&amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp; ประเทศไทยมีครัวเรือนทั้งหมดประมาณ&amp;nbsp; 21.32 ล้านครัวเรือน&amp;nbsp; มีผู้มีรายได้น้อยที่ไม่มีกรรมสิทธิ์ในที่อยู่อาศัยและต้องการที่อยู่อาศัยประมาณ&amp;nbsp; 3.5 ล้านครัวเรือน&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซึ่งรัฐบาลพลเอกประยุทธ์&amp;nbsp; จันทร์โอชา&amp;nbsp; ให้ความสำคั&amp;shy;กับการแก้ไขปั&amp;shy;หาดังกล่าว&amp;nbsp; จึงมอบหมายให้กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ โดยสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ จัดทำ &amp;lsquo;แผนแม่บทที่อยู่อาศัยระยะ 20 ปี&amp;rsquo; (พ.ศ.2560-2579) ขึ้นมา&amp;nbsp; มีเป้าหมายรวม&amp;nbsp; 1,053,702 ครัวเรือน&amp;nbsp; (ส่วนที่เหลือประมาณ 2 ล้านครัวเรือน&amp;nbsp; การเคหะแห่งชาติรับไปดำเนินการ) แผนแม่บทการพัฒนาที่อยู่อาศัยระยะ&amp;nbsp; 20 ปี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;แยกเป็น 1.แผนพัฒนาที่อยู่อาศัยผู้มีรายได้น้อยในชุมชนแออัดและผู้มีรายได้น้อยในเมือง&amp;nbsp; รวม 77 จังหวัด จำนวน 6,450 ชุมชน รวม 701,702 ครัวเรือน(แยกเป็นบ้านมั่นคงทั่วประเทศ&amp;nbsp; จำนวน 6,450 ชุมชน รวม&amp;nbsp; 690,000 ครัวเรือน ชุมชนริมคลอง&amp;nbsp; กรุงเทพฯ&amp;nbsp; 74 ชุมชน&amp;nbsp; รวม 11,004&amp;nbsp; ครัวเรือน&amp;nbsp; และคนไร้บ้าน 3 ศูนย์&amp;nbsp; กรุงเทพฯ/ขอนแก่น/เชียงใหม่&amp;nbsp; รวม 698 ครัวเรือน)&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;2.แผนพัฒนาผู้มีรายได้น้อยในชนบท รวม 76 จังหวัด&amp;nbsp; จำนวน 5,362 ตำบล&amp;nbsp; รวม 352,000 ครัวเรือน หรือ&amp;nbsp; &amp;lsquo;โครงการบ้านพอเพียงชนบท&amp;rsquo;&amp;nbsp; เพื่อซ่อมแซมบ้านเรือนผู้มีรายได้น้อยในชนบท&amp;nbsp; 5,362 ตำบล&amp;nbsp; รวม 352,000 ครัวเรือน&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;&amp;ldquo;แผนแม่บทฯ ฉบับนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp; มุ่งเน้นให้คนไทยทุกคนเข้าถึงสิทธิในที่อยู่อาศัย&amp;nbsp; มีสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการดำรงชีวิตที่มีคุณภาพ &amp;nbsp;โดยจะใช้เป็นกรอบในการพัฒนาที่อยู่อาศัยระยะยาว&amp;nbsp; และเสริมสร้างความมั่นคงด้านที่อยู่อาศัยของประชาชนที่มีความเดือดร้อน&amp;nbsp; โดยมีวิสัยทัศน์คือ คนไทยทุกคนมีที่อยู่อาศัยถ้วนทั่ว และมีคุณภาพชีวิตที่ดีในปี 2579&amp;rdquo;&amp;nbsp; ผอ.พอช.กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;ผอ.พอช.กล่าวถึงความคืบหน้าในการดำเนินโครงการว่า&amp;nbsp; ขณะนี้ พอช.สนับสนุน โครงการบ้านมั่นคงเมือง ไปแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;(เริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี 2556-กันยายน 2561)&amp;nbsp; รวมพื้นที่ดำเนินการ 74 จังหวัด&amp;nbsp; 388 เมือง&amp;nbsp; รวม&amp;nbsp; 1,088&amp;nbsp; โครงการ&amp;nbsp; จำนวน&amp;nbsp; 108,215&amp;nbsp; ครัวเรือน&amp;nbsp; (รวมการพัฒนาที่อยู่อาศัยในชุมชนริมคลองลาดพร้าว&amp;nbsp; กรุงเทพฯ จำนวน 31&amp;nbsp; ชุมชน&amp;nbsp; รวม 2,916 ครัวเรือน&amp;nbsp; และศูนย์พัฒนาศักยภาพคนไร้บ้านที่จังหวัดเชียงใหม่และขอนแก่น)&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;โครงการบ้านมั่นคงชนบท&amp;nbsp; (ปีงบประมาณ 2560-2561) รวม 14 จังหวัด&amp;nbsp; 21 เมือง 36 โครงการ&amp;nbsp; จำนวน 3,155 ครัวเรือน&amp;nbsp; ซึ่งมีทั้งการก่อสร้างบ้านในที่ดินใหม่ (44 %) และปรับปรุงในที่ดินเดิม (56%) ส่วนให&amp;shy;่เป็นที่ดินของสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (สปก.) และที่ดินป่าสงวนแห่งชาติที่อนุ&amp;shy;าตให้ประชาชนเข้าไปอยู่อาศัย&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;โครงการบ้านพอเพียงชนบท&amp;nbsp; หรือการซ่อมแซมบ้านเรือนที่ยากจนในชนบท (ปีงบประมาณ 2560-2561) จำนวน 1,583 พื้นที่ รวมซ่อมแซมแล้ว&amp;nbsp; 31,622 ครัวเรือน&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;&amp;ldquo;หลักการสำคั&amp;shy;ในการแก้ไขปั&amp;shy;หาที่อยู่อาศัยของ พอช.ก็คือ ให้ชุมชนเป็นแกนหลักในการแก้ไขปั&amp;shy;หาของตนเอง&amp;nbsp; โดยมีหน่วยงานภายนอก เช่น พอช. และภาคีเครือข่ายต่างๆ ให้การสนับสนุน&amp;nbsp; เปลี่ยนจากการที่หน่วยงานรัฐเคยทำให้มาเป็นชาวบ้านผู้เป็นเจ้าของปั&amp;shy;หาดำเนินการเอง&amp;nbsp; โดยชาวบ้านที่เดือดร้อนจะต้องรวมกลุ่มกัน ร่วมกันสำรวจข้อมูลชุมชนและครัวเรือน&amp;nbsp; กำหนดทางเลือกการปรับปรุงชุมชน&amp;nbsp; ร่วมกันออกแบบบ้าน ออกแบบผังชุมชน ร่วมกันออมทรัพย์เพื่อเป็นทุน ไปจนถึงการบริหารงานก่อสร้างบ้าน&amp;rdquo;&amp;nbsp; ผอ.พอช. อธิบายหลักการแก้ไขปั&amp;shy;หาที่อยู่อาศัย&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;ส่วนบทบาทของ พอช.นั้น สมชาติบอกว่า พอช.จะมีหน้าที่สนับสนุนกระบวนการทำงานของชาวบ้าน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปทำงานกับชาวบ้าน&amp;nbsp; ให้คำแนะนำการรวมกลุ่ม ส่งเสริมการจัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์และสหกรณ์เคหสถาน&amp;nbsp; มีสถาปนิกชุมชนลงไปให้ความรู้ให้คำแนะนำ รวมทั้งอุดหนุนงบประมาณด้านสาธารณูปโภค และสนับสนุนสินเชื่อเพื่อก่อสร้างบ้าน&amp;nbsp; ทั้งนี้ พอช.จะให้สินเชื่อในนามกลุ่ม&amp;nbsp; ไม่ให้เป็นรายบุคคล&amp;nbsp; และชาวบ้านที่เข้าร่วมโครงการจะต้องสมัครเข้าเป็นสมาชิกกลุ่มออมทรัพย์ที่ชาวชุมชนร่วมกันจัดตั้งขึ้นมา&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;&amp;ldquo;การพัฒนาเมืองไม่ใช่การไล่คนจนออกไป !!&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;Natalja&amp;nbsp; Wehmer &amp;nbsp;จากโครงการที่อยู่อาศัยแห่งสหประชาชาติ (UN-Habitat) กล่าวว่า&amp;nbsp; เมื่อไหร่ก็ตามที่คนพัฒนา&amp;nbsp; ประเทศนั้นก็จะพัฒนาไปด้วย&amp;nbsp; แต่ปัจจุบันประชากร&amp;nbsp; 20%&amp;nbsp; ในประเทศต้องอาศัยอยู่ในสลัม&amp;nbsp; อยู่ในที่ที่มีคุณภาพชีวิตที่ไม่ดี&amp;nbsp; เราจะทำอะไรกับปั&amp;shy;หานี้ได้หรือไม่ ?&amp;nbsp; ซึ่งเรื่องนี้ถือเป็นเรื่องสำคั&amp;shy;&amp;nbsp; และปั&amp;shy;หาเหล่านี้เป็นเรื่องที่ทุกคนต้องตัดสินใจร่วมกัน อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp; ในการเข้าถึงที่ดิน&amp;nbsp; การเข้าถึง&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;ทรัพยากรจากภาครัฐ&amp;nbsp; เรื่องเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องง่าย&amp;nbsp; แต่ UN มีเป้าหมายเรื่องการพัฒนาที่ยั่งยืน &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;(Sustainable Development Goals - SDGs)&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;&amp;ldquo;วาระการพัฒนาที่ยั่งยืน&amp;nbsp; มีเป้าหมายบรรลุภายในปี 2573 (SDGs 2030 Agenda)&amp;nbsp; เป็นข้อตกลงที่รัฐบาลทุกรัฐบาลที่เป็นสมาชิก UN&amp;nbsp; ให้การเห็นชอบในการดำเนินงานตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน&amp;nbsp; ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ&amp;nbsp; การออกแบบเมืองที่ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง&amp;nbsp; ผู้มีรายได้น้อยจะเป็นกลุ่มคนที่ได้รับการสนับสนุนจากคนรอบข้าง&amp;nbsp; และตัวเองต้องลุกขึ้นมาพัฒนาตนเองด้วย&amp;rdquo; ผู้แทนสหประชาชาติกล่าวนอกจากนี้การพัฒนาที่ยั่งยืนไม่เพียงแต่มีเป้าหมายเพียงข้อใดข้อหนึ่งเท่านั้น&amp;nbsp; แต่ยังมีเป้าหมายในการสร้างความเข้มแข็งให้กับท้องถิ่นและชุมชน&amp;nbsp; ซึ่งทุกคนสามารถใช้เรื่องการพัฒนาที่ยั่งยืนเป็นเครื่องมือสำคั&amp;shy;ในการเจรจาต่อรองกับหน่วยงานรัฐได้&amp;nbsp; ซึ่งการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น&amp;nbsp; ทั้งการแก้ไขปั&amp;shy;หาความยากจน&amp;nbsp; ที่อยู่อาศัย&amp;nbsp; ล้วนแล้วแต่เชื่อมโยงเกี่ยวข้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนทั้งสิ้น&amp;nbsp; อีกทั้งเป็นเรื่องที่รัฐบาลได้ลงนามบันทึกข้อตกลงในการดำเนินงานแก้ไขปั&amp;shy;หาเหล่านี้แล้ว&amp;nbsp; จึงอยากให้แต่ละเมือง แต่ละพื้นที่ได้วางเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของตนเอง&amp;nbsp; และพัฒนาต่อยอดเรื่องเหล่านี้ให้ไปสู่ระดับประเทศได้&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;สมสุข&amp;nbsp; บุ&amp;shy;&amp;shy;ะบั&amp;shy;ชา&amp;nbsp; ที่ปรึกษาคณะกรรมการ&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน)&amp;nbsp; กล่าวว่าเมืองต่างๆ ในประเทศไทยและในเอเซียมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วมาก&amp;nbsp; การเปลี่ยนแปลงของเมืองที่จะเกิดขึ้นได้ก็จะเกิดการไล่รื้อ&amp;nbsp; เมือง&amp;nbsp; ผู้คน&amp;nbsp; ชุมชน&amp;nbsp; ระบบโครงสร้างความสัมพันธ์ผู้คนในเมืองจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ซึ่ง 1 ใน 7 ประชากรในโลกยังต้องอาศัยอยู่ในที่อยู่อาศัยที่ไม่มั่นคง&amp;nbsp; บางเมืองคนมากกว่าครึ่งต้องอาศัยอยู่ในสลัม&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;แนวโน้มความท้าทายของการพัฒนาในประเทศเอเชีย&amp;nbsp; จะเกิดการเคลื่อนย้ายผู้คนจากชนบทเข้าเมือง&amp;nbsp; รัฐบาลแต่ละประเทศมีแนวโน้มในการรวมศูนย์มากขึ้น&amp;nbsp; เกิดการไล่ที่&amp;nbsp; เกิดการอพยพย้ายถิ่นเพื่อทำมาหากิน&amp;nbsp; การอยู่อาศัยแบบปัจเจกมากขึ้น&amp;nbsp; ที่อยู่อาศัยอยู่ไกล&amp;nbsp; ต่างคนต่างอยู่&amp;nbsp; ไม่มีงบประมาณในการพัฒนาเรื่องที่อยู่อาศัย&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;ตัวอย่างของประเทศสิงคโปร์&amp;nbsp; ที่ใช้เรื่องที่อยู่อาศัยในการสร้างสถานภาพ&amp;nbsp; สร้างความเป็นพลเมืองให้กับผู้คนในเมือง&amp;nbsp; คนสิงคโปร์มากกว่า 90 % อาศัยอยู่ในแฟลต&amp;nbsp; หลายประเทศทั่วโลกอยากนำแนวทางนี้มาพัฒนาที่อยู่อาศัยเป็นต้นแบบ&amp;nbsp; แต่โมเดลนี้ไม่ได้เหมาะสมกับทุกพื้นที่&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;&amp;ldquo;ในเมืองไทย&amp;nbsp; มีกระบวนการคิดค้นการแก้ไขปั&amp;shy;หาที่อยู่อาศัยได้อย่างก้าวหน้าและรวดเร็ว&amp;nbsp; คือการแก้ไขปั&amp;shy;หาโดยประชาชน&amp;nbsp; ซึ่งเรื่องของที่อยู่อาศัยไม่ใช่สินค้า&amp;nbsp; ไม่ใช่ให้ใครมาสร้าง&amp;nbsp; แต่ที่อยู่อาศัยคือการสร้างชุมชน&amp;nbsp; ต้องให้คนในชุมชนเป็นหลักในการพัฒนา&amp;rdquo;&amp;nbsp; สมสุขกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;สมสุขกล่าวถึงเรื่องการพัฒนาเมือง 3 ทิศทาง&amp;nbsp; คือ&amp;nbsp; 1. เศรษฐกิจนำ&amp;nbsp; 2. กายภาพเป็นหลัก (ต้องมีชุมชน&amp;nbsp; มีเมืองที่ดี&amp;nbsp; และสวยงาม ) 3. คนและสังคมเป็นหลัก&amp;nbsp; ดังนั้นเมืองจะพัฒนาไปทำไมถ้าไม่พัฒนาเพื่อคนในเมือง ? และให้ประชาชนมีส่วนร่วม เชื่อมโยง&amp;nbsp; วางแผน&amp;nbsp; และมีส่วนร่วมในการพัฒนาพื้นที่ร่วมกัน&amp;nbsp; ซึ่งการทำเรื่องที่อยู่อาศัย&amp;nbsp; คือระบบการอยู่อาศัยร่วมกัน&amp;nbsp; ไม่ใช่เฉพาะแต่เรื่องที่อยู่ที่นอน แต่เป็นการสร้างสิทธิขั้นพื้นฐานร่วมกัน&amp;nbsp; มีสวัสดิการ&amp;nbsp; มีสังคมร่วมกัน&amp;nbsp; ช่วยเหลือกัน&amp;nbsp; ชุมชนเป็นรากฐานของการสร้างเมือง&amp;nbsp; เป็นประชาชนที่ตื่นรู้ &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;การพัฒนาเมืองไม่ได้หมายความว่าต้องไล่คนจนออกไป&amp;nbsp; แต่เป็นการเปลี่ยนการพัฒนาใหม่&amp;nbsp; คนเดิม&amp;nbsp; ชุมชนเดิม&amp;nbsp; แต่ปรับปรุงที่อยู่อาศัยใหม่&amp;nbsp; จัดพื้นที่ใหม่&amp;nbsp; ได้ inclusive&amp;nbsp; city&amp;nbsp; หมายถึงการที่คนทุกคนในเมืองได้เป็นส่วนหนึ่งของเมือง&amp;nbsp; ได้มีที่อยู่อาศัยที่ดี&amp;nbsp; สวยงาม&amp;nbsp; ปลอดภัยในที่ดินเดิม ดังนั้นเรื่องบ้านและที่อยู่อาศัย&amp;nbsp; จึงเป็นจุดเริ่มต้น&amp;nbsp; นำไปสู่การพัฒนาเรื่องอื่นๆ อย่างรอบด้าน&amp;nbsp; เป็นการสร้างระบบใหม่ของเมืองที่มีองค์ประกอบจากท้องถิ่น&amp;nbsp; ชุมชน&amp;nbsp; สถาบันการศึกษา&amp;nbsp; และภาคีอื่นๆ&amp;rdquo; &amp;nbsp;สมสุขกล่าวสรุป&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;จัดกิจกรรมรณรงค์วันที่อยู่อาศัยโลกทั่วประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;วันที่อยู่อาศัยโลกปี 2561 ตรงกับวันจันทร์ที่ 1 ตุลาคม&amp;nbsp; เครือข่ายขบวนองค์กรชุมชนทั่วประเทศได้จัดกิจกรรมรณรงค์เพื่อให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ความสำคั&amp;shy;กับการแก้ไขปั&amp;shy;หาที่อยู่อาศัยของคนจน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; เครือข่ายสลัม 4 ภาคจะติดตามความคืบหน้าในการแก้ไขปั&amp;shy;หาที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทยที่ชุมชนต่างๆ จะได้รับผลกระทบจากโครงการรถไฟรางคู่-รถไฟความเร็วสูง&amp;nbsp; และยื่นหนังสือถึงองค์การสหประชาชาติที่หน้าสำนักงานถนนราชดำเนินนอก&amp;nbsp; กรุงเทพฯ&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;ภาคเหนือจะมีการจัดกิจกรรมรณรงค์ใน 16 จังหวัด&amp;nbsp; และมีการทำกิจกรรมต่างๆ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; การรวมตัวยื่นหนังสือถึงผู้ว่าราชการในแต่ละจังหวัดเพื่อให้ความสำคั&amp;shy;ในการแก้ไขปั&amp;shy;หาที่อยู่อาศัยของชาวบ้านที่เดือดร้อน&amp;nbsp; การระดมจิตอาสาสร้างบ้านให้ผู้สูงอายุที่จังหวัดอุตรดิตถ์ (วันที่ 9-11 ตุลาคม) การจัดนิทรรศการแก้ไขปั&amp;shy;หาที่อยู่อาศัยและเวทีเสวนา&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;นอกจากนี้ยังมีการจัดกิจกรรมในภาคใต้ที่จังหวัดตรัง (ปั&amp;shy;หาที่ดินการรถไฟ) และสตูล,&amp;nbsp; ภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่จังหวัดนครราชสีมาและสุรินทร์,&amp;nbsp; กรุงเทพฯ ที่ชุมชนริมคลอง กสบ.หมู่ 5 เขตสายไหม และที่ห้องประชุมสำนักงานองค์การสหประชาชาติ&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถนนราชดำเนินนอก (วันที่ 10 ตุลาคม)&amp;nbsp; ภาคตะวันออกที่ตำบลหาดเล็ก อ.คลองให&amp;shy;่ จ.ตราด (ที่ดินกรมเจ้าท่า วันที่ 11 ตุลาคม) ภาคกลางที่จังหวัดนครสวรรค์ (14-15 ตุลาคม) ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot; style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;center&quot; class=&quot;BasicParagraph&quot; style=&quot;text-align:center&quot;&gt;สร้างบ้าน-สร้างชีวิตใหม่ที่ ต.คลองหินปูน จ.สระแก้ว &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;ในอดีตพื้นที่ในจังหวัดปราจีนบุรีและใกล้เคียงอุดมสมบูรณ์ไปด้วยป่าไม้นานาพรรณ&amp;nbsp; แต่เมื่อรัฐบาลเปิดสัมปทานป่าไม้ (ประมาณปี พ.ศ. 2509-2511)&amp;nbsp; พื้นที่แถบนี้จึงกลายเป็นพื้นที่ราบ&amp;nbsp; ผู้คนทั่วสารทิศ&amp;nbsp; โดยเฉพาะจากภาคอีสานจึงหลั่งไหลเข้ามาทำงานรับจ้างในปางไม้&amp;nbsp; รวมทั้งบุกเบิกที่ดินทำกิน&amp;nbsp; สร้างหมู่บ้าน&amp;nbsp; สร้างชุมชนใหม่ขึ้นมา&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;เช่นเดียวกับที่ตำบลคลองหินปูน อ.วังน้ำเย็น&amp;nbsp; จ.สระแก้ว&amp;nbsp; (เดิมขึ้นอยู่กับ ต.เขาฉกรรจ์&amp;nbsp; อ.สระแก้ว&amp;nbsp; จ.ปราจีนบุรี) ราวปี 2510 เป็นต้นมา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;มีพี่น้องจากภาคอีสานอพยพเข้ามาทำกินและบุกเบิกที่ดินเป็นจำนวนมาก&amp;nbsp; ส่วนให&amp;shy;่ทำนา&amp;nbsp; ปลูกข้าวโพด&amp;nbsp; อ้อย&amp;nbsp; มันสำปะหลัง&amp;nbsp; เผาถ่าน&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; คนที่สะสมทุนรอนได้ก็จะซื้อและขยายที่ดินออกไป&amp;nbsp; ส่วนให&amp;shy;่เป็น &amp;lsquo;ที่ดินมือเปล่า&amp;rsquo;&amp;nbsp; คือไม่มีเอกสารสิทธิใดๆ เพราะเป็นที่ดินที่อยู่ในการดูแลของกรมป่าไม้&amp;nbsp; (ต่อมากรมป่าไม้ให้หน่วยงานต่างๆ เข้าใช้ประโยชน์ตามคำขอ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; นิคมสหกรณ์&amp;nbsp; องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ (ออป.) สปก. ฯลฯ)&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;ละอองดาว&amp;nbsp; สีลาน้ำเที่ยง &amp;nbsp;อดีตผู้ให&amp;shy;่บ้านหมู่ 6 ตำบลคลองหินปูน&amp;nbsp; เล่าว่า&amp;nbsp; ตำบลคลองหินปูนมีเนื้อที่ทั้งหมดประมาณ&amp;nbsp; 32,340 ไร่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;ส่วนให&amp;shy;่เป็นที่ดินของรัฐ&amp;nbsp; คือ สปก., นิคมสหกรณ์,&amp;nbsp; ออป., ป่าไม้&amp;nbsp; และราชพัสดุ&amp;nbsp; ส่วนชาวบ้านถือครองที่ดินน้อยมาก&amp;nbsp; บางครอบครัวมีที่ดินทำกินไม่กี่ไร่&amp;nbsp; แต่มีหนี้สินจากการทำไร่&amp;nbsp; ทำนา&amp;nbsp; ต้องเอาที่ดินไปจำนองนายทุน&amp;nbsp; เมื่อไม่มีเงินไปไถ่ถอน ที่ดินจึงหลุดมือ&amp;nbsp; ต้องเช่าที่ดินนายทุนทำกิน&amp;nbsp; นอกจากนี้ยังมีปั&amp;shy;หาเรื่องที่อยู่อาศัย&amp;nbsp; ไม่มีบ้านเป็นของตัวเอง&amp;nbsp; ต้องอาศัย&amp;shy;าติพี่น้องและครอบครัวอยู่กันอย่างแออัด&amp;nbsp; และจำนวนมากที่มีฐานะยากจน&amp;nbsp; สภาพบ้านเรือนผุพังทรุดโทรม&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;สถาบันการเงินชุมชนสร้างทุน-แก้ปั&amp;shy;หาหนี้สิน&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;ในปี 2547 ละอองดาวในฐานะผู้นำชุมชน&amp;nbsp; รวมทั้งแกนนำในตำบลต่างๆ ได้มีโอกาสไปศึกษาดูงานที่บ้านสามขา&amp;nbsp; อำเภอแม่ทะ&amp;nbsp; จังหวัดลำปาง &amp;nbsp;ซึ่งทำเรื่องการแก้ไขปั&amp;shy;หาหนี้สินของชุมชน&amp;nbsp; โดยใช้กระบวนการสำรวจข้อมูลปั&amp;shy;หา&amp;nbsp; แล้วนำข้อมูลมาวิเคราะห์เพื่อนำไปสู่การแก้ไขปั&amp;shy;หา&amp;nbsp; โดยจัดตั้งธนาคารหมู่บ้านขึ้นมา&amp;nbsp; ทำให้ชาวบ้านมีแหล่งทุนกู้ยืมเพื่อประกอบอาชีพและลดปั&amp;shy;หาหนี้สินจากดอกเบี้ยนอกระบบ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;หลังกลับจากการดูงานที่ลำปาง&amp;nbsp; ละอองดาวจึงนำแนวคิดนี้มาขยายผล&amp;nbsp; โดยรวบรวมกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต&amp;nbsp; กองทุนปุ๋ย&amp;nbsp; กองทุนหมู่บ้าน&amp;nbsp; กลุ่มอาชีพต่างๆ ฯลฯ&amp;nbsp; ที่มีอยู่ในตำบลเข้ามารวมกัน&amp;nbsp; มีเงินกองทุนรวมประมาณ&amp;nbsp; 4 ล้านบาทเศษ&amp;nbsp; ต่อมาในเดือนพฤศจิกายน&amp;nbsp; 2549&amp;nbsp; จึงเปิดดำเนินการ&amp;nbsp; ใช้ชื่อว่า &amp;ldquo;สถาบันการเงินชุมชนบ้านบ่อลูกรัง&amp;rdquo;&amp;nbsp; ซึ่งนอกจากจะเป็นแหล่งทุนให้แก่ชาวบ้านแล้ว&amp;nbsp; สถาบันการเงินฯ ยังมีเป้าหมายแก้ไขปั&amp;shy;หาที่ดินให้แก่ชาวบ้านด้วย&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยมีสมาชิกเริ่มต้นประมาณ&amp;nbsp; 100 ราย&amp;nbsp; ส่วนให&amp;shy;่เป็นชาวบ้านในหมู่ที่ 6&amp;nbsp; บ้านบ่อลูกรัง&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;สมาชิกจะต้องถือหุ้นอย่างน้อยคนละ 1 หุ้นๆ ละ 100 บาท&amp;nbsp; และฝากเงินออมทรัพย์ตั้งแต่ 10 บาทขึ้นไป&amp;nbsp; สมาชิกสามารถกู้ยืมเงินเพื่อนำไปประกอบอาชีพหรือใช้จ่ายยามจำเป็น&amp;nbsp; ไม่เกินจำนวน&amp;nbsp; 3 เท่าของเงินที่ตนเองฝาก&amp;nbsp; บวกอีก 90 %&amp;nbsp; ของเงินหุ้นที่ตนเองมีอยู่&amp;nbsp; โดยมีสมาชิกคนอื่นค้ำประกัน&amp;nbsp; อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ร้อยละ&amp;nbsp; 1 บาทต่อเดือน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;นอกจากนี้สมาชิกที่ไม่มีที่ดินทำกินหรือไม่มีที่อยู่อาศัยก็สามารถนำเงินมาฝากเข้ากองทุนที่ดินและที่อยู่อาศัยอย่างน้อยคนละ 100 บาทต่อเดือน&amp;nbsp; ในช่วงแรกมีสมาชิกที่ฝากเงินเข้ากองทุนที่ดินประมาณ 20&amp;nbsp; ราย&amp;nbsp; คนที่มีมากก็ฝากมาก&amp;nbsp; บางคนฝากเดือนละ 500-1,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;ใช้กองทุนสวัสดิการฯ &amp;ndash;สภาองค์กรชุมชนแก้ปั&amp;shy;หาที่ดินที่อยู่อาศัย&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;ในปี 2551 ละอองดาวเป็นแกนนำรวบรวมชาวบ้านในตำบลคลองหินปูนจัดตั้ง &amp;ldquo;กองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลคลองหินปูน&amp;rdquo; ขึ้นมา&amp;nbsp; เพื่อช่วยเหลือสมาชิกในยามเจ็บไข้ได้ป่วย&amp;nbsp; ช่วยตั้งแต่แรกเกิดจนถึงวันตาย&amp;nbsp; แต่ที่ละอองดาวคิดไปไกลกว่านั้นก็คือ&amp;nbsp;&amp;nbsp; จะใช้กองทุนสวัสดิการชุมชนเป็นเครื่องมือในการรวมเงิน&amp;nbsp; รวมคนที่เดือดร้อนทั้งตำบลมาแก้ไขปั&amp;shy;หาที่ดินที่อยู่อาศัยให้ประสบความสำเร็จ !!&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;ดังนั้นในระเบียบของกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลคลองหินปูนจึงได้จัดสรรการบริหารเงินกองทุน โดยกำหนดให้นำเงินกองทุนสวัสดิการฯ จำนวน&amp;nbsp; 25 %&amp;nbsp; ของเงินกองทุนทั้งหมดมาให้สมาชิกกู้ยืมเพื่อแก้ไขปั&amp;shy;หาที่ดิน ส่วนที่เหลือจัดสรรเป็นเงินสวัสดิการช่วยเหลือสมาชิก&amp;nbsp; 30 % , เงินกู้ยืมทั่วไป&amp;nbsp; 30 % ,&amp;nbsp; เงินกู้ยืมเพื่อแก้ปั&amp;shy;หาหนี้สิน หนี้นอกระบบ&amp;nbsp; 5 % ,&amp;nbsp; เงินสำรอง&amp;nbsp; 5 %&amp;nbsp; และค่าบริหารจัดการ&amp;nbsp; 5 %&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;สมาชิกกองทุนสวัสดิการฯ จะต้องสมทบเงินเข้ากองทุนเป็นรายเดือน (วันละ 1 บาท, เดือนละ 30 บาท หรือปีละ 365 บาท)&amp;nbsp; สวัสดิการที่จัดให้แก่สมาชิก&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; เกิด&amp;nbsp; แม่นอนโรงพยาบาลได้เงินช่วยเหลือคืนละ 150 บาท&amp;nbsp; ปีหนึ่งไม่เกิน&amp;nbsp; 5 คืน&amp;nbsp; บุตรได้เงินรับขวั&amp;shy;&amp;nbsp; 500 บาท &amp;nbsp;เจ็บป่วย&amp;nbsp; นอนโรงพยาบาล&amp;nbsp; ช่วยเหลือคืนละ 150 บาท&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปีหนึ่งไม่เกิน 5 คืน&amp;nbsp; เสียชีวิต &amp;nbsp;ตามอายุการเป็นสมาชิก&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; เป็นสมาชิกครบ&amp;nbsp; 6&amp;nbsp; เดือนช่วย&amp;nbsp; 2,000 บาท&amp;nbsp; ครบ 3 ปีช่วย 10,000 บาท&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;ในปี 2552&amp;nbsp; ตำบลคลองหินปูนจัดตั้งสภาองค์กรชุมชนตำบลขึ้นมา (ตาม พ.ร.บ.สภาฯ พ.ศ.2551) โดยสภาฯ มีบทบาทในการรวมกลุ่มต่างๆ ในตำบลเข้ามาพูดคุย&amp;nbsp; ปรึกษาหารือกัน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; เรื่องการขยายสมาชิกกองทุนสวัสดิการชุมชน&amp;nbsp; เรื่องการแก้ไขปั&amp;shy;หาที่ดิน&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; โดยมีกลุ่ม อสม. ที่มีบทบาทในการช่วยเหลือดูแลชาวบ้านในเรื่องสุขภาพและอนามัยเข้ามาเป็นสมาชิกของสภาฯ ด้วย&amp;nbsp; กลุ่ม อสม.ที่มีอยู่ทุกหมู่บ้านจึงได้ช่วยกันขยายผลเรื่องกองทุนสวัสดิการ&amp;nbsp; ช่วยชี้แจงและประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทำให้ชาวบ้านสมัครเข้าเป็นสมาชิกกองทุนสวัสดิการเพิ่มมากขึ้น&amp;nbsp; ภายในปี 2552&amp;nbsp; กองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลคลองหินปูนมีสมาชิกเพิ่มขึ้นเป็น 2,500 ราย&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มีเงินกองทุนประมาณ&amp;nbsp; 2,700,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากนี้สภาองค์กรชุมชนยังมีบทบาทในการขับเคลื่อนเรื่องปั&amp;shy;หาที่ดิน โดยสภาฯ เป็นเวทีรวบรวมชาวบ้านที่เดือดร้อนเข้ามาแก้ไขปั&amp;shy;หาที่ดินร่วมกัน&amp;nbsp; มีการแต่งตั้งคณะกรรมการกองทุนที่ดินและที่อยู่อาศัยขึ้นมา มีตัวแทนชาวบ้านที่เดือดร้อนหมู่ละ 2 คนเข้าร่วมเป็นคณะกรรมการ&amp;nbsp; รวมคณะกรรมการทั้งหมด 32&amp;nbsp; คนจาก 16&amp;nbsp; หมู่บ้าน&amp;nbsp;&amp;nbsp; หลังจากนั้นจึงมีการสำรวจข้อมูลปั&amp;shy;หาที่ดินทั้งตำบล&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จากการสำรวจข้อมูลพบว่า&amp;nbsp; ที่ดินในตำบลคลองหินปูนมีทั้งหมดประมาณ&amp;nbsp; 32,340 ไร่&amp;nbsp;&amp;nbsp; เป็นที่ดิน สปก. 16,320 ไร่&amp;nbsp; ที่ดินนิคมสหกรณ์วังน้ำเย็นและโฉนดที่ดิน 13,688 ไร่&amp;nbsp; พื้นที่กรมป่าไม้&amp;nbsp; 1,500 ไร่&amp;nbsp; ออป.&amp;nbsp; 1,640 ไร่&amp;nbsp; และที่ราชพัสดุ&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;22 ไร่&amp;nbsp; ส่วนชาวบ้านในตำบลคลองหินปูนมีประมาณ&amp;nbsp; 3,000&amp;nbsp; ครอบครัว&amp;nbsp; มีชาวบ้านที่เดือดร้อนขาดแคลนที่ดินทำกินประมาณ 720&amp;nbsp; ครอบครัว&amp;nbsp; ขาดแคลนที่อยู่อาศัยประมาณ&amp;nbsp; 212&amp;nbsp; ครัวเรือน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;กองทุนที่ดินและที่อยู่อาศัยฯ สร้างบ้าน-สร้างชีวิตใหม่ &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;ละอองดาว&amp;nbsp; สีลาน้ำเที่ยง &amp;nbsp;ในฐานะประธานกองทุนที่ดินและที่อยู่อาศัยตำบลคลองหินปูนเล่าถึงการแก้ไขปั&amp;shy;หาที่ดินและที่อยู่อาศัยว่า จากข้อมูลผู้เดือดร้อนทั้งตำบล&amp;nbsp; จึงนำไปสู่การแก้ไขปั&amp;shy;หา&amp;nbsp; โดยใช้กองทุนที่ดินและที่อยู่อาศัยฯ ที่จัดตั้งขึ้นมาตั้งแต่ปี 2549 จัดซื้อที่ดินแปลงแรกในหมู่ที่ 6 ในปี 2552 เนื้อที่ 10 ไร่&amp;nbsp; ราคาไร่ละ 50,000 บาท&amp;nbsp; รวม 500,000 บาท&amp;nbsp; โดยใช้เงินจากกองทุนฯ และเงินกู้ยืมจากกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลคลองหินปูน แบ่งที่ดินให้สมาชิกที่มีความเดือดร้อนเร่งด่วนก่อน (โดยผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการกองทุนฯ) ได้ 10 ครัวเรือนๆ ละ 1 ไร่&amp;nbsp; เพื่อใช้เป็นที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัย&amp;nbsp; นอกจากนี้สมาชิกยังสามารถกู้ยืมเงินเพื่อสร้างบ้านได้ไม่เกินหลังละ 60,000 บาท&amp;nbsp; คิดค่าบำรุงเงินกู้เพียงร้อยละ 1 บาทต่อปี &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;&amp;ldquo;เราถือว่าเป็นการช่วยเหลือสมาชิก&amp;nbsp; ไม่ถือว่าเป็นดอกเบี้ยเงินกู้&amp;nbsp; แต่สมาชิกที่จะกู้ยืมเงินเพื่อซื้อที่ดินหรือสร้างบ้าน&amp;nbsp; จะต้องมีเงินออมอย่างน้อย 10 เปอร์เซ็นต์&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; จะกู้ 60,000 บาท&amp;nbsp; ต้องมีเงินออมในกองทุนฯ หรือมีเงินออมในสถาบันฯ อย่างน้อย 6,000 บาท&amp;nbsp; ผ่อนชำระคืนเดือนละ 500 บาท&amp;nbsp; ใครมีมากก็ผ่อนมากกว่านั้น&amp;nbsp; ไม่กี่ปีก็ผ่อนหมด&amp;rdquo;&amp;nbsp; ละอองดาวยกตัวอย่าง&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;BasicParagraph&quot;&gt;ขณะเดียวกันในช่วงเวลานั้น&amp;nbsp; สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน)&amp;nbsp; มีโครงการจัดการที่ดินแนวใหม่&amp;nbsp; เพื่อแก้ไขปั&amp;shy;หาที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยของชาวบ้านในชนบท&amp;nbsp; โดยชุมชนจะต้องร่วมกันแก้ไขปั&amp;shy;หา&amp;nbsp; ใช้พลังและทุนที่ชุมชนมีอยู่&amp;nbsp; และมีหน่วยงานของรัฐในท้องถิ่นช่วยสนับสนุน&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตำบลคลองหินปูนจึงเข้าร่วมโครงการดังกล่าว&amp;nbsp; ในปี 2554&amp;nbsp; สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ ได้อนุมัติงบประมาณสนับสนุนโครงการแก้ไขปั&amp;shy;หาที่ดินของตำบลคลองหินปูนประมาณ&amp;nbsp; 2 ล้านบาทเพื่อจัดซื้อที่ดิน&amp;nbsp; โดยชาวบ้านมีส่วนร่วม&amp;nbsp; ทั้งในแง่เงินสมทบและการใช้กระบวนการแก้ไขปั&amp;shy;หาโดยชุมชน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; การร่วมกันสำรวจข้อมูลผู้ที่เดือดร้อน&amp;nbsp;&amp;nbsp; การจัดซื้อที่ดิน&amp;nbsp; การวางผังชุมชน&amp;nbsp; การจัดสรรแบ่งแปลงที่ดิน&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp; จากการซื้อที่ดินแปลงแรก&amp;nbsp; ในปีต่อๆ มา&amp;nbsp; กองทุนที่ดินและที่อยู่อาศัยฯ ยังได้ช่วยเหลือสมาชิกให้มีที่ดินทำกินและมีที่อยู่อาศัยได้อีกหลายสิบราย&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ที่ดินในหมู่ที่ 3&amp;nbsp; เนื้อที่ 4 ไร่ 3 งาน&amp;nbsp; ราคา 370,000 บาท&amp;nbsp; เป็นที่ดินเพื่อปลูกสร้างที่อยู่อาศัย&amp;nbsp; แบ่งได้ 17 ครอบครัวๆ ละ 100 ตารางวา&amp;nbsp; ราคาแปลงละ 19,500 บาท&amp;nbsp; เริ่มสร้างบ้านในปี 2556 ขณะนี้ชาวบ้านเข้าอยู่อาศัยแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากนี้ยังมีที่ดินในหมู่ที่ 2 เนื้อที่ 22 ไร่&amp;nbsp; แบ่งได้ 11 ครอบครัวๆ ละ 2 ไร่&amp;nbsp; ใช้เป็นที่ดินทำกินและปลูกบ้าน&amp;nbsp; และที่ดินในหมู่ที่ 6 เนื้อที่ 14 ไร่&amp;nbsp; แบ่งได้ 7 ครอบครัว&amp;nbsp; ซึ่งทั้ง 2 แปลงนี้ชาวบ้านที่เดือดร้อนได้เข้าอยู่อาศัยและทำกินแล้วเช่นกัน ฯลฯ นอกจากนี้ยังมีชาวบ้านอีกหลายครอบครัวที่ไม่มีที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัย ต้องอาศัยที่ดินของผู้อื่นอยู่&amp;nbsp; เมื่อเจ้าของต้องขายหรือใช้ประโยชน์จึงต้องถูกไล่ที่&amp;nbsp; กองทุนฯ จึงได้ช่วยเหลือให้เข้าเป็นสมาชิก&amp;nbsp; จนมีบ้านและที่ดินเป็นของตัวเอง&amp;nbsp; โดยผ่อนส่งที่ดินและบ้านเดือนละไม่กี่ร้อยบาท&amp;nbsp; รวมแล้วกองทุนฯ ได้ช่วยเหลือชาวบ้านให้มีที่ดินทำกินเป็นของตัวเองแล้ว 25 ครอบครัว&amp;nbsp; และมีที่อยู่อาศัยอีก 65 ครอบครัว&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;วรรณา&amp;nbsp; สุขเกษม&amp;nbsp; อายุ 60 ปี&amp;nbsp; สมาชิกกองทุนที่ดินฯ หมู่ที่ 3 สร้างบ้านเสร็จไปแล้วเมื่อหลายปีก่อน&amp;nbsp; บอกว่า&amp;nbsp; เมื่อก่อนเช่าบ้านอยู่กับครอบครัวเดือนละ 1,000 บาท&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมื่อเป็นสมาชิกกองทุนที่ดินฯ ตำบลคลองหินปูน&amp;nbsp;&amp;nbsp; จึงได้ที่ดิน 1 แปลง&amp;nbsp; ขนาด 100 ตารางวา&amp;nbsp; ราคาที่ดิน 19,500 บาท&amp;nbsp; ผ่อนส่งที่ดินเดือนละ 600 บาท&amp;nbsp; และสร้างบ้านใหม่จึงกู้เงินจากกองทุนฯ มา 40,000 บาท&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผ่อนส่งเดือนละ 800 บาท&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตอนนี้ผ่อนส่งที่ดินและบ้านเกือบหมดแล้ว&amp;nbsp; ดีใจที่มีบ้านและที่ดินเป็นของตัวเอง&amp;nbsp; ดีกว่าเช่าบ้านคนอื่นอยู่ทั้งปีทั้งชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;เช่นเดียวกับ &amp;lsquo;ณัฐวุฒิ&amp;nbsp;&amp;nbsp; ศรีวันดี&amp;rsquo;&amp;nbsp; สมาชิกในหมู่ที่ 3 บอกว่า&amp;nbsp; เมื่อก่อนต้องปลูกบ้านอยู่ในไร่อ้อย&amp;nbsp; ไฟฟ้า&amp;nbsp; น้ำประปาก็ไม่มีใช้&amp;nbsp; ครอบครัวลำบากมาก&amp;nbsp; แต่ตอนนี้ชีวิตดีขึ้นมาก มีบ้านและที่ดินเป็นของตัวเอง มีน้ำประปา มีไฟฟ้าใช้ ที่ดินที่อยู่อาศัยก็ห่างจากถนนใหญ่ไม่กี่ร้อยเมตร&amp;nbsp; ไม่ลำบากเหมือนเมื่อก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ปัจจุบันกองทุนที่ดินและที่อยู่อาศัยตำบลคลองหินปูนมีสมาชิกประมาณ 50 ราย&amp;nbsp; มีเงินกองทุนประมาณ&amp;nbsp;&amp;nbsp; 4 ล้านบาทเศษ&amp;nbsp; ส่วนกองทุนสวัสดิการชุมชนฯ มีสมาชิกประมาณ 4,200 คน&amp;nbsp; มีเงินกองทุนประมาณ 5 ล้านบาทเศษ&amp;nbsp; ซึ่งในช่วงที่ผ่านมา&amp;nbsp; กองทุนสวัสดิการฯ ได้ช่วยเหลือสมาชิกที่บ้านเรือนทรุดโทรม&amp;nbsp; โดยจัดสรรงบประมาณซื้อวัสดุเพื่อซ่อมแซมบ้านครัวเรือนหนึ่งไม่เกิน 20,000 บาท&amp;nbsp; จำนวน 70 หลัง&amp;nbsp; รวมเป็นเงิน 1,400,000 บาท &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ผู้ใหญ่ละอองดาวเยี่ยมสมาชิกที่สร้างบ้านใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ละอองดาว บอกในตอนท้ายว่า&amp;nbsp; ยังมีที่ดินอีกหลายแปลงที่กองทุนฯ จะซื้อหรือขอใช้จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ที่ดินไร่อ้อยในหมู่ที่ 6 ที่กำลังจะหมดสัญญาเช่าในปี 2563 เนื้อที่ 42 ไร่&amp;nbsp; กำลังเจรจาซื้อขาย,&amp;nbsp; ที่ดิน สปก.ที่รัฐบาลยึดมาจากนายทุนเนื้อที่ 318 ไร่, ที่ดินราชพัสดุ 22 ไร่&amp;nbsp;&amp;nbsp; และที่ดินสาธารณะในตำบลอีก 3 ไร่&amp;nbsp; อยู่ในระหว่างการขออนุญาตจากหน่วยงานเจ้าของที่ดิน&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;โดยเฉพาะที่ดินของรัฐนี้&amp;nbsp; เรามีแผนจะนำมาจัดสรรให้ชาวบ้านที่ยังไม่มีที่ดินทำกินและไม่มีบ้านเป็นของตัวเองได้เข้าไปอยู่อาศัยและทำกิน&amp;nbsp; ตามแผนงานจะเริ่มเข้าไปปรับพื้นที่ได้ในช่วงปลายปีนี้&amp;nbsp; คาดว่าจะรองรับชาวบ้านได้ประมาณ 150 ครอบครัว&amp;nbsp; รวมกับที่กองทุนฯ ได้แก้ปัญหาทั้งเรื่องที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยไปแล้ว 90 ครอบครัว&amp;nbsp; แต่ก็ยังไม่พอเพียง&amp;nbsp; เพราะทั้งตำบลมีคนที่เดือดร้อนทั้งหมดกว่า 900 ครอบครัว&amp;nbsp; ก็ต้องหาทางแก้ไขกันต่อไป&amp;rdquo; ละอองดาวกล่าวทิ้งท้าย&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;หาดเล็กโมเดล&amp;rdquo;&amp;nbsp; บ้านมั่นคงบนที่ดินกรมเจ้าท่า &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สุดชายแดนไทยด้านทะเลตะวันออกที่ติดกับจังหวัดเกาะกง&amp;nbsp; ประเทศกัมพูชา&amp;nbsp; คือตำบลหาดเล็ก&amp;nbsp; อ.คลองใหญ่&amp;nbsp; จ.ตราด&amp;nbsp; มีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 17 ตารางกิโลเมตร&amp;nbsp;&amp;nbsp; มีครัวเรือนทั้งหมดจำนวน&amp;nbsp; 1,924 &amp;nbsp;ครัวเรือน&amp;nbsp; ประชากรประมาณ 5,000 คนเศษ&amp;nbsp; ส่วนใหญ่มีอาชีพประมง&amp;nbsp; ด้วยสภาพพื้นที่ที่มีลักษณะแคบยาว&amp;nbsp; ด้านตะวันออกติดกับเทือกเขาบรรทัดซึ่งเป็นพรมแดนระหว่างไทย-กัมพูชา&amp;nbsp; และด้านตะวันตกติดกับชายฝั่งทะเลอ่าวไทย&amp;nbsp; มีความราบของพื้นที่จากภูเขาถึงชายฝั่งทะเลไม่เกิน 200 เมตร&amp;nbsp; จึงทำให้ชาวบ้านส่วนใหญ่ปลูกสร้างบ้านเรือนอยู่บริเวณชายฝั่งทะเลซึ่งเป็นที่ดินของกรมเจ้าท่า&amp;nbsp; มีปัญหาความไม่มั่นคงในที่อยู่อาศัย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กิจปภา&amp;nbsp; ประสิทธิเวช&amp;nbsp; นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลหาดเล็ก &amp;nbsp;เล่าว่า&amp;nbsp; ตำบลหาดเล็กเป็นชุมชนเก่าแก่&amp;nbsp; ชาวบ้านอยู่อาศัยกันมานานนับร้อยปี&amp;nbsp; ส่วนใหญ่มีเชื้อสายเกาะกง&amp;nbsp; เนื่องจากในสมัยก่อนเกาะกงและกัมพูชาอยู่ในปกครองของไทย&amp;nbsp; จึงมีคนไทยเข้าไปทำมาหากินที่เกาะกงเป็นจำนวนมาก&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่เมื่อไทยยกเกาะกงและพื้นที่อื่นๆ ให้กับฝรั่งเศสเมื่อเกิดสงครามไทย-ฝรั่งเศสในสมัยรัชกาลที่ 5 จึงมีคนไทยส่วนหนึ่งอพยพกลับมาอยู่ที่หาดเล็ก&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นอกจากนี้ในสมัยสงครามในกัมพูชา&amp;nbsp; ช่วงเขมรแดงเมื่อ 30-40&amp;nbsp; ปีที่ผ่านมา&amp;nbsp; คนไทยเกาะกงได้หนีกลับมาอยู่ที่หาดเล็กอีกระลอกหนึ่ง&amp;nbsp; บ้านเรือนในตำบลหาดเล็กจึงหนาแน่น&amp;nbsp; บางส่วนต้องปลูกสร้างบ้านลงไปในชายทะเล&amp;nbsp; รวมทั้งที่ดินส่วนใหญ่ที่ชาวบ้านปลูกสร้างบ้านก็เป็นที่ดินที่กรมเจ้าท่าดูแลอยู่ โดยมีบ้านเรือนที่ปลูกสร้างอยู่ในที่ดินกรมเจ้าท่าจำนวน 738 หลัง ชาวบ้านจึงไม่มีความไม่มั่นคงเรื่องที่ดินที่อยู่อาศัย&amp;nbsp; และหากจะซ่อมแซมบ้านหรือดัดแปลงที่อยู่อาศัยก็จะต้องขออนุญาตจากกรมเจ้าท่าก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;คำสั่ง คสช.ที่ 32/2560 ชะลอปัญหาบ้านเรือนรุกล้ำลำน้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;กรมเจ้าท่า&amp;nbsp; กระทรวงคมนาคม&amp;nbsp; ได้ออก &amp;lsquo;พระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย (ฉบับที่ 17) พ.ศ.2560&amp;rsquo; มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2560 &amp;nbsp;เหตุผลในการออก พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าว&amp;nbsp; เนื่องจากในปัจจุบันมีการปลูกสร้างอาคารหรือสิ่งล่วงล้ำลำน้ำโดยไม่ได้รับอนุญาตเพิ่มมากขึ้น กรมเจ้าท่าจึงแก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติในการดําเนินการเกี่ยวกับอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างดังกล่าว &amp;nbsp;และเพิ่มเติมบทกําหนดโทษ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ต้องเสียค่าตอบแทนเป็นรายปี&amp;nbsp; หากฝ่าฝืน (มาตรา 117) โดยปลูกสร้างอาคารหรือสิ่งอื่นใดไม่เป็นไปตามที่ได้รับอนุญาต &amp;nbsp;มีโทษจําคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่น้อยกว่าตารางเมตรละ 1,000-20,000 บาท &amp;nbsp;หรือทั้งจําทั้งปรับ &amp;nbsp;และปรับรายวัน&amp;nbsp; วันละไม่เกิน ตรม.ละ 20,000 บาทจนกว่าจะปฏิบัติให้ถูกต้อง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp; ในเดือนกรกฎาคม 2560&amp;nbsp; คณะรักษาความสงบแห่งชาติได้เล็งเห็นผลกระทบที่จะเกิดขึ้นแก่ประชาชน&amp;nbsp; เนื่องจากมีชุมชนและประชาชนปลูกสร้างอาคารบ้านเรือนอยู่ในที่ดินของกรมเจ้าท่าทั่วประเทศ &amp;nbsp;โดยเฉพาะที่ดินริมชายทะเลและริมแม่น้ำ คสช.จึงมีคำสั่งที่ 32/2560 ออกมา โดยให้เหตุผลว่า &amp;ldquo;เพื่อไม่ให้การบังคับใช้กฎหมายว่าด้วยการเดินเรือในน่านน้ำไทย ส่งผลกระทบที่รุนแรงต่อสังคมโดยรวม&amp;nbsp; ทั้งในด้านการประกอบอาชีพโดยเฉพาะในภาคการเกษตร&amp;nbsp;&amp;nbsp; และการอยู่อาศัยของประชาชนริมน้ำซึ่งเป็นวิถีชุมชนดั้งเดิม.....จึงจําเป็นต้องขยายระยะเวลาการดําเนินการตามพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย&amp;nbsp; (ฉบับที่&amp;nbsp; 17)&amp;nbsp; พ.ศ. 2560&amp;nbsp; ออกไปอีกระยะหนึ่ง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ทั้งนี้เจ้าของหรือผู้ครอบครองสิ่งปลูกสร้างล่วงล้ำลำน้ำที่ไม่เคยได้รับอนุญาตหรือได้รับอนุญาตแต่ปลูกสร้างไม่เป็นไปตามรูปแบบที่ได้รับอนุญาตก่อนวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2560 ให้แจ้งต่อกรมเจ้าท่าภายใน 60 วันนับแต่มีคำสั่ง คสช. จะได้ยกเว้นโทษทางอาญาและโทษปรับ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;บ้านมั่นคงบนที่ดินกรมเจ้าท่า&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;กิจปภา&amp;nbsp; นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลหาดเล็ก&amp;nbsp; กล่าวว่า จากคำสั่งของ คสช.ดังกล่าว&amp;nbsp; เทศบาลตำบลหาดเล็กจึงจัดประชุมชาวบ้านเพื่อให้ชาวบ้านไปแจ้งเพื่อขึ้นทะเบียนสิ่งปลูกสร้างตามกำหนดต่อสำนักงานกรมเจ้าท่าภูมิภาคสาขาตราด&amp;nbsp; นอกจากนี้ทางเทศบาลฯ ยังได้หารือกับกรมเจ้าท่าเรื่องการขออนุญาตซ่อมแซมบ้านเรือนของชาวบ้านในเขตเทศบาลตำบลหาดเล็ก&amp;nbsp; เนื่องจากบ้านเรือนส่วนใหญ่ปลูกสร้างมานานหลายสิบปี&amp;nbsp; สภาพบ้านจึงผุพัง&amp;nbsp; ทรุดโทรม&amp;nbsp; โดยเฉพาะพื้นบ้านและเสาบ้านที่แช่อยู่ในน้ำจนผุกร่อน &amp;nbsp;บางหลังบ้านทรุดเอียงจนแทบจะพังลงไปในทะเล &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;ชาวบ้านทำเรื่องเพื่อขออนุญาตกรมเจ้าท่าเพื่อซ่อมแซมบ้าน และยืนยันว่าจะไม่มีการบุกรุกที่ดินชายทะเลเพิ่มเติม นอกจากนี้ก็จะช่วยกันดูแลรักษาความสะอาด ไม่ทิ้งขยะและน้ำเสียลงทะเล ช่วยกันดูแลป่าชายเลน ป่าโกงกางที่เทศบาลฯ และชาวบ้านช่วยกันปลูกเอาไว้เมื่อหลายปีก่อนด้วย&amp;rdquo; นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลหาดเล็กกล่าว และว่า เทศบาลฯ ได้ร่วมกับชาวบ้านจัดทำโครงการ &amp;lsquo;บ้านมั่นคง&amp;rsquo; โดยเสนอมายังสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) เพื่อขอรับการสนับสนุนงบประมาณด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;ชุมชนประมงบ้านหาดเล็ก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นอกจากนี้เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2561 พลเอกสุรศักดิ์ ศรีศักดิ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรี กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ พร้อมคณะ&amp;nbsp; และผู้บริหารสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ ได้ลงพื้นที่เพื่อสำรวจสภาพปัญหาที่อยู่อาศัยของชาวบ้านที่ตำบลหาดเล็ก&amp;nbsp; และประชุมร่วมกับผู้อำนวยการสำนักงานกรมเจ้าท่าภูมิภาคสาขาตราด และเทศบาลตำบลหาดเล็ก &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;พลเอกสุรศักดิ์กล่าวว่า&amp;nbsp; ปัญหาการบุกรุกที่ดินของรัฐทั่วประเทศมีจำนวนมาก ทั้งที่ดินกรมเจ้าท่า ป่าไม้ ป่าชายเลน ซึ่งชาวบ้านได้สร้างบ้านสร้างที่อยู่อาศัยมานาน &amp;nbsp;รัฐบาลพยายามแก้ไขปัญหานี้อย่างระมัดระวัง แต่ไม่ใช่ไล่ชาวบ้านไปอยู่ที่อื่น &amp;nbsp;และจะมาช่วยพัฒนาความเป็นอยู่ของประชาชนให้มีคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;โดยเฉพาะที่ตำบลหาดเล็ก จะเป็นต้นแบบหรือโมเดลของประเทศไทยในการแก้ไขปัญหาเรื่องที่ดินกรมเจ้าท่า โดยที่ไม่รื้อบ้าน ขณะที่ชาวบ้านก็จะไม่มีการรุกล้ำเพิ่ม และช่วยกันพัฒนาบ้าน พัฒนาชุมชนให้ดีขึ้น ประชาชนจะได้มีบ้านที่อยู่อาศัยอย่างถูกต้องมั่นคงตามนโยบาลของรัฐบาล&amp;rdquo; พลเอกสุรศักดิ์กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ล่าสุดเมื่อวันที่ 12 กันยายนที่ผ่านมา&amp;nbsp; กรมเจ้าท่าได้ออก &amp;lsquo;ใบอนุญาตให้ปลูกสร้างสิ่งล่วงล้ำลำแม่น้ำ&amp;rsquo; ให้แก่ชาวบ้านในตำบลหาดเล็กแล้ว&amp;nbsp; ซึ่งจะมีผลทำให้ชาวบ้านสามารถซ่อมแซมบ้านเรือนได้ภายในระยะเวลา 1 ปีนับแต่วันที่ได้รับใบอนุญาต&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ขณะที่สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ ได้อนุมัติงบประมาณเพื่อสนับสนุนการซ่อมแซมบ้านเรือนที่มีสภาพทรุดโทรม (เฟสแรก) จำนวน 60 หลัง&amp;nbsp; งบประมาณไม่เกินหลังละ 25,000 บาท&amp;nbsp; รวม&amp;nbsp; 1.5 ล้านบาท และงบพัฒนาระบบสาธารณูปโภคในชุมชนอีก 1.5 ล้านบาท&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะนี้อยู่ในระหว่างการซ่อมแซม (16-24 กันยายน)&amp;nbsp; โดยมีช่างอาสาจากเครือข่ายบ้านมั่นคงทั่วประเทศ&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทหารหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธิน 182 &amp;nbsp;ช่างจากเทศบาลฯ และชาวบ้านในตำบลมาช่วยกันซ่อมบ้านประมาณวันละ 100 คน&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ป้าสงวน&amp;nbsp; หอยสังข์&amp;nbsp; อายุ 60 ปี&amp;nbsp; ชาวบ้านคลองมะขาม&amp;nbsp; หมู่ 1 ตำบลหาดเล็ก&amp;nbsp; เล่าว่า&amp;nbsp; เดิมครอบครัวของป้าอยู่ที่จังหวัดเกาะกง&amp;nbsp; กัมพูชา&amp;nbsp; แต่ในช่วงที่เขมรแดงปกครองประเทศ (พ.ศ.2518-2522) เขมรแดงปกครองประชาชนแบบโหดร้ายทารุณ&amp;nbsp; คนที่ไม่เห็นด้วยกับเขมรแดงจะถูกทำร้าย&amp;nbsp; ถูกขังคุก&amp;nbsp; หรือโดนฆ่าทิ้ง&amp;nbsp; คนไทยเกาะกงจึงหนีมาอยู่ที่บ้านหาดเล็กเพราะอยู่ติดกัน&amp;nbsp; และส่วนใหญ่มีญาติพี่น้องอยู่ที่นี่&amp;nbsp; อีกทั้งที่หาดเล็กเป็นที่หลบลมมรสุม&amp;nbsp; คนที่นี่ซึ่งทำมาหากินอยู่ตามชายฝั่งทะเลหรือประมงพื้นบ้านจึงปลูกสร้างบ้านเรือนอยู่ตามชายฝั่งหรือตามลำคลองมะขามที่ไหลลงสู่ทะเล&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;เมื่อประมาณ 3-4 ปีที่แล้ว&amp;nbsp; มีเจ้าหน้าที่กรมเจ้าท่ามาบอกชาวบ้านเรื่องห้ามซ่อมแซมบ้าน&amp;nbsp; เพราะเป็นที่ดินของกรมเจ้าท่าที่ชาวบ้านไม่ได้ขออนุญาตปลูกสร้างบ้านอย่างถูกกฎหมาย&amp;nbsp; จึงห้ามไม่ให้ซ่อมบ้าน&amp;nbsp; ถ้าซ่อมเองก็จะผิดกฎหมาย&amp;nbsp; ชาวบ้านก็กลัว&amp;nbsp; บ้านของป้าสร้างมานานหลายสิบปี&amp;nbsp; เป็นที่ดินชายเลน&amp;nbsp; เสาบ้านก็ผุไปแล้วหลายต้น&amp;nbsp; เพราะตัวเพรียงมันมาเกาะที่เสา&amp;nbsp; ทำให้เสาบ้านทรุด&amp;nbsp; กลัวบ้านจะพังลงไป&amp;nbsp; เพราะเวลามีคลื่นลมมาบ้านมันก็จะสั่น&amp;nbsp; ตอนนี้ได้ซ่อมบ้านก็ดีใจ&amp;nbsp; เปลี่ยนเสาใหม่ไป 4 ต้น&amp;nbsp; มีเพื่อนบ้านมาช่วยกัน 6-7 คน&amp;nbsp; พอบ้านอื่นซ่อมเราก็ไปช่วย&amp;nbsp; ผู้หญิงก็ช่วยกันทำอาหาร ผู้ชายก็ช่วยลงแรง&amp;rdquo; ป้าสงวนบอก &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะที่นายกเทศมนตรีฯ บอกว่า&amp;nbsp; หลังจากซ่อมแซมบ้าน 60 หลังแรกเสร็จแล้ว&amp;nbsp; ก็จะซ่อมแซมบ้านเรือนที่ทรุดโทรมและมีฐานะยากจนอีกประมาณ 230 หลังให้แล้วเสร็จภายในปีนี้ จากเป้าหมายครอบครัวยากจนและบ้านเรือนทรุดโทรมทั้งหมด 504 ครอบครัว &amp;nbsp;โดยจะทยอยสร้างเป็นเฟส&amp;nbsp; ใช้แรงงานจากชุมชน&amp;nbsp; ช่างอาสาบ้านมั่นคง&amp;nbsp; และทหารนาวิกโยธิน&amp;nbsp; ทำให้ช่วยประหยัดงบประมาณ&amp;nbsp; เพราะงบสนับสนุนจาก พอช.หลังละ 25,000 บาท&amp;nbsp; ถือว่าไม่มากนัก&amp;nbsp; เพราะวัสดุต่างๆ มีราคาแพงขึ้น&amp;nbsp; ดังนั้นบ้านที่ต้องซ่อมแซมมาก&amp;nbsp; เจ้าของบ้านจะต้องควักเงินออกมาร่วมสมทบ&amp;nbsp; และต้องไปช่วยบ้านอื่นๆ ซ่อมบ้านด้วยจะทำให้ซ่อมบ้านได้เร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทั้งนี้การซ่อมแซมบ้าน 60 หลังแรกจะแล้วเสร็จภายในช่วงต้นเดือนตุลาคมนี้&amp;nbsp; และจะมีการจัดกิจกรรมเนื่องใน &amp;lsquo;วันที่อยู่อาศัยโลก&amp;rsquo; ที่ตำบลหาดเล็กในวันที่ 11 ตุลาคมนี้&amp;nbsp; โดยจะมีนายอาคม &amp;nbsp;เติมพิทยาไพสิฐ &amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม&amp;nbsp; เดินทางมาเป็นประธานในพิธีมอบบ้าน มอบในอนุญาตอยู่อาศัยและปลูกสร้างบ้านในที่ดินกรมเจ้าท่า&amp;nbsp; รวมทั้งมีพิธีลงนามบันทึกความร่วมมือ &amp;nbsp;&amp;ldquo;การพัฒนาที่อยู่อาศัยที่ดินกรมเจ้าท่า ตำบลหาดเล็ก&amp;rdquo; ระหว่างนายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลหาดเล็ก&amp;nbsp; ผู้แทนขบวนองค์กรชุมชน&amp;nbsp;&amp;nbsp; อธิบดีกรมเจ้าท่า&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถือเป็น &amp;ldquo;หาดเล็กโมเดล&amp;rdquo; ต้นแบบการพัฒนาที่อยู่อาศัยที่มั่นคงบนที่ดินของกรมเจ้าท่า&amp;nbsp; เพื่อนำไปใช้แก้ไขปัญหาในพื้นที่อื่นๆ ต่อไป...!!&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/18636</URL_LINK>
                <HASHTAG>Natalja  Wehmer, World  Habbitat Day, ณัฐวุฒิ   ศรีวันดี, ผู้ใหญ่ละอองดาว, พอช., วรรณา  สุขเกษม, สมชาติ  ภาระสุวรรณ, สมสุข  บุ­­ะบั­ชา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, หาดเล็กโมเดล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180928/image_big_5bae027814165.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
